2008/May/19

ในค่ำคืนแห่งหนึ่งอันเงียบสงัดของกรุงเทพ เด็กชายคนหนึ่งค่อยๆเดินออกมาจากโรงเรียนกวดวิชาศิลปะแห่งหนึ่ง ก่อนขยับปากพูดกับเพื่อนที่เดินตามมาข้างๆว่า

" กูจะเอาจิตรกรรมหว่ะ กูวาเดคไม่เหมาะกับกูหว่ะ"

เด็กชายคนนั้นเดินออกมาหน้าโรงเรียนกวดวิชาแห่งนั้น ก่อนถอดสายตาขึ้นฟ้า และ ถอนหายใจถอดหนึ่ง

ในค่ำคืนเดียวกัน ของท้องฟ้ามืดสงัด
ก็ฉายให้เห็นห้องๆหนึ่ง ที่กำลังเปิดไฟอยู่ในบ้างหลังหนึ่ง ห้องนั้นเต็มไปด้วยถ้วยรางวัลและใบประกาศ
เด็กชายคนหนึ่งกำลังตั้งหน้าตั้งตาบรรจงใช้ปลายพู่กันตวัดลงบนเฟรมสีขาวอย่างไม่บันยะบันยั้ง

เหมือนกับว่าอารมณ์ของเค้าได้ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง ราวกับว่าเค้าอัดอั้นมานาน

ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องของเด็กคนนั้น

"โอ้วส่งประกวดงานไหนอีกล่ะเนี่ย ..... พ่อของเค้าส่งสายตาไปมองภาพวาดผืนใหม่ของเค้า ที่เป็นรูปคนแก่กำลังใส่บาตรพระในยามเย็น"

พ่อของเค้าไม่ใช่ใครที่ไหนก็คือศิลปินใหญ่อันลือลั้นของเมืองไทย

พ่อของเค้าเดินเข้ามาตบหลังลูกชาย ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มและภูมิใจในพรสวรรค์ของตัวลูกชายเค้า ที่เค้าได้บ่มเพราะมาตั้งแต่แบเบาะ

ลูกชายเค้ากลับนิ่งเงียบ ก่อนตอบกลับมาสั้นๆว่า "ครับ" เหมือนดั่งคิดอะไรอยู่ในใจ

เช้าวันต่อมาที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง

2008/Mar/18

.............................

ย้อนกลับไปเมื่อราวสามปีที่แร้ว

ช่วงปลายปี  2005 ขณะที่เกิิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น กับเหตุการณ์

คลื่นยักษ์สึนามิำ

ตัวผมเองที่ยังไม่ได้ฉุกคิดหรือรู้สึกสูญเสียอะไรส่วนตัวกับเหตุการณ์นั้น ก็ไม่ได้เอะใจหรือเสียใจกับเหตุการณ์นั้นเลย

ช่วงนั้นข่าวสึนามิย่อมมาแรง

ศิลปินมากหน้าหลายตา ทำเพลงขึ้นเพื่ออุทิศและบ่งบอกถึงความสูยเสียกับเหตุการณฺ์ที่น่าเศร้าสลดเสียใจเหตุการณ์นี้

แอ๊ด คาราบาว หรือยืนยง โอภากุล ทำเพลงอุทิศออกมาหลังจากเกิดเหตุการณ์ไม่นาน

ผมจำได้ว่าผมฟังเพลงของพี่แอ๊ดแล้ว

กลับไม่รู้สึกเสียใจตามอารมณ์เพลง

มันขาดฟิลลิ่งที่เหมือนจะขาดหายไปอะไรสักอย่าง

ตัวผมเองก็เป็นคนอธิบายอะไรไม่เก่ง

จนกระทั่งวันนึง

ผมมีโอกาสได้เข้าเว็บมาเฟียเรคคอรด์

เว็บเพลงล้อฮาๆ

เพื่่อหาอะไรฟังแก้เซ็ง

ผมก็พบกับเพลงนี้เข้า

เพลงเรียบง่าย ทั้งเพลงไม่มีซาวนด์อะไรพิเศษเลยครับ กีตาร์คาสสิค หนึ่งตัว กับเสียงร้องของพี่คนนึง

ที่ไม่ได้จัดว่าดีหรืออะไร แต่จัดว่าดิบและเถื่อนมากด้วยซ้ำ

วินาทีแรกที่ผมฟังคือขนลุก

ภาพคนไทยที่ร่วมแรงร่วมใจกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกันผุดขึ้นมาในหัวของผม

ผมจำได้ว่าผมชอบเพลงนี้มาก  ให้ใครฟังก็บอกว่าเฉยๆ

แต่วินาทีนั้นผมอยากหาเพลงนี้มาฟังมากๆ

ผมได้แต่เปิดเว็บมาเฟียเพื่อฟังเพลงนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

จนผมทนไม่ได้

แอดเมลพี่เว้บมาสเตอร์ไปขอเพลง

พี่เค้าบอกว่าจะทำเว่อรชั่นเต็มๆออกมาแน่นอน

ผมก็เฝ้ารอมันเรื่อยมา

จนลืมไปบ้างจำได้บ้าง

เวลาที่ผมนั่งเล่นเน็ตดึกๆ

และไม่มีอะไรทำ

ก็มักจะเปิดเพลงนี้ขึ้นมานั่งฟัง

ฟังกี่ทีก็สะเทือนใจดีครับ :)

จนวันนี้เพลงที่ว่านั่นก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว

วินาทีแรกที่ intro ขึ้น

ขนของผมก็ลุกขึ้นมาอีกครั้ง

The Next Day

 http://www.sangabuay.com/mafiarecord/thenextday.html

 

 

2008/Feb/19

สวัสดีครับ

 

คิดถึงจัง

บล็อคเอกทีน

ที่แต่ก่อนเข้ามาอัพทุกวัน

เข้มาเม้นทุกวัน

เข้ามาเช็คทุกวัน

ไอดียไม่มีก็คิดขึ้นมามั่วๆ

อยากเขียนอะไรเท่ๆขึ้นมาก็เขียนๆๆๆๆๆ

 



จนกระทั่งวันนึงผมพบว่าเรื่องเหล่านั้นที่ผมเขียนไป

ไร้สาระ

ไม่มีมูลความจริง

ไม่ต้องการความพอใจของผู้เขียน

ต้องการเพียงแค่

สิ่งที่คนเราเรียกกัน

ว่า





comment

คิดได้ดังนั้นวันนึง

ผมก็เบื่อการเขียนเรื่อง

และเลิกเขียนมันไป

ไปทำอย่างอื่น

อาจเสียเวลา

ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

และอาจทำให้ ..... เรามีเวลาคุยกับตัวเองน้อยลง

แน่นอนครับสิ่งที่ผมพูดขึ้นว่าข้างต้นนั้นเป็นของจริงเป็นอะไรที่จริง

และมัน


เกิดขึ้นจริง!


ผมห่างเหินจากการเขียนเอนทรี่ในบล็อคไปนาน

มันก็คงจะไม่แปลกหรอก ถ้าเกิดไม่มีใครเข้ามาอ่านบล็อคนี้

ในขณะนี้

เวลานี้

และ

ตอนนี้

ถ้าหากคืนนี้สมองไม่ดลบันดาลให้ผมนอนไม่หลับ

และท้องไม่ดนบันดาลให้ผมอิ่มจนไม่สามารถนอนหลับได้

ผมคงไม่มานั่งพิมพ์อะไรระบายขนาดนี้หรอกครับ

แต่อยากจะบอกว่าคิดถึงจริงๆครับ

กับการพิมพ์อะไรก็ได้

บนหน้ากระดาษแบบนี้

มี space ให้พิมพ์ได้ไม่อั้น

มีตัวหนังสือให้เรา พิมพ์ ลบ หรือ ขีดฆ่าได้ไม่อั้น

ไม่มีการ แบนคำหยาบด่าคนนู้นคนนี้

ไม่ต้องไปสนใจว่าจะหนักหัวใคร ใครจะทำไมกู

เพราะว่ามันเป็นพื้นที่ของเราเอง

ผมค้นพบว่า การที่ไม่ได้มาพิมพ์อะไรในหน้าสีขาวแห่งนี้

เป็นความสุขที่ผมค้นหามานานทีเดียวครับ

คิดได้แล้วมันก็ทำให้ผมยิ้มได้อีกครั้ง

แหะๆๆๆ

มีความสุขดีครับ

ท้ายสุดแล้ว

จุดประสงค์ของการมาพิมพ์หน้านี้

ถ้าบอกตามหลักความเป็นจริงคือ

ผมนอนไม่หลับครับ*

เลยตัดสินใจ login เข้าสู่หน้ากระดาษเดิมๆ ที่คุ้นเคย

มาพิมพ์อะไรบนพื้นที่"เล็กๆ " ของเรา

ท้ายสุดแล้ว ผมคิดว่า ......

 การกลับมาพิมพ์อะไร .

" ไร้ " สาระคราวนี้

ผมไม่สนใจเรื่องอะไร

เพราะผมคิดว่า

อะไรๆมันเปลี่ยนไป

ช่วงเวลาที่ผมได้ออกไปค้นหาอะไรที่มันไร้สาระ

ฆ่าเวลา

หรือทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้นั้น

ผมก็กลัวมันมากๆ

กลัวมันว่าผมจะกลับเข้าสู่วงโคจรเดิมไม่ได้

แต่ตอนนี้ผมเชื่อมั่นและมั่นใจแล้วว่า

กาที่ผมจะกลับเข้าสู่วงโคจรเดิมนั้น มันอาจจะไม่ยากอยากที่คิด

แต่ ...... มันก็ไม่เสียหายถ้าผมจะลอง

ถูกมั้ยครับ ?









ป.ล ไม่ต้องงงนะครับถ้าอ่านไม่รู้เรื่อง เพราะคนเขียนก็เขียนรอบเดียวไม่ได้ edit เหมือนกัน

ป.ล 2 ผมตัดสินใจที่จะ drafted หน้าเก่าๆออกทั้งหมด มันอาจไม่ดีพอสำหรับคำว่า draft ด้วยซ้ำ

: ) ดีใจครับ ที่ได้มาเขียนอีก  

edit @ 19 Feb 2008 23:10:58 by ง้วน